นักเรียนเคยรูจักรูปเรขาคณิตสามมิติซึ่งไดแก ทรงส ี่ เหลยมม ี่ ุมฉาก ปริซึม ทรงกระบอก พีระมิด กรวยและทรงกลมมาบางแลว ในบทนี้ จะกลาวถึงลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติเหลาน ั้นโดยละเอียด อีกครั้ง สาระที่นักเรียนจะไดเรียนรูเพ ิ่ มเติม คือ การหาปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่กลาวถึงขางตน และการหาพ ื้ นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอก สําหรับพ ื้ นที่ผิวของพระม ี ิด กรวย และทรงกลม จะเปน เน ื้อหาในหนังสือเรียนสาระการเรียนรูเพ ิ่ มเติม คณิตศาสตร เลม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 เน ื้ อหาสาระของบทนี้สวนใหญเสนอไวในรูปของกิจกรรม เพราะตองการให  นักเรียนศึกษาและ สํารวจลักษณะตาง ๆ ของรูปเรขาคณิตสามมิติ ทั้งยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับการหาปริมาตรของรูปเรขาคณิต สามมิติบางรูป เพ ื่อใหนักเรยนเห ี ็นความสมพั ันธและท ี่ มาของสูตรการหาปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติ และสูตรการหาพ ื้ นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอก โจทยแบบฝกห ดบางข ั อในแตละช  ุดไดเช ื่อมโยงความรู เก ี่ ยวกับพนท ื้ ี่ผิวและปริมาตรกับขอมูลจริงในสิ่งแวดลอม จึงอาจมีตัวเลขที่ทําใหการคํานวณยุงยาก ครูอาจ ใหนักเรียนใชเคร ื่ องคิดเลขชวยในการคํานวณไดตามความเหมาะสม ในการวัดและประเมินผลหากครูนํา ขอมูลจริงในสิ่ งแวดลอมหรือทองถ ิ่ นมาสรางโจทย  ก็ควรระมัดระวังโดยปรับตัวเลขใหงายตอการคํานวณ และเหมาะสมกับเวลา